แข้งไทยมา 1! 5 ดาวยิงที่ “เดอะตุ๊ก” ยอมซูฮก

"เดอะตุ๊ก" ปิยะพงษ์ ผิวอ่อน ตำนานนักเตะทีมชาติไทย ที่หลายคนบอกว่าจนถึงทุกวันนี้ใยังไม่มีใครที่จะมีศักยภาพในการเล่นกองหน้าเหมือนนักเตะเจ้าของฉายา "เพชฌฆาตหน้าหยก" ที่ปัจจุบันรับราชการยศนาวาอากาศเอก ประจำกองบัญชาการกองทัพไทย
    วันนี้ทีมงานฟุตบอลสยามพาไปดูว่า นักเตะในตำแหน่งกองหน้าที่ "เดอะตุ๊ก" ยอมรับในฝีไม้ลายมือมีใครบ้าง

    อันดับ 1 เปเล่ (บราซิล)

    เบอร์ 1 ที่ "เดอะตุ๊ก" เลือกมาคือ "ไข่มุกดำ" เปเล่ อดีตทีมชาติบราซิล เจ้าของแชมป์โลก 3 สมัย "เดอะตุ๊ก"บอกว่า รายนี้ไม่ต้องบรรยายสรรพคุณอะไรกันมาก เล่นฟุตบอลโลกตอนอายุ 17 ปี เป็นกองหน้าที่มีเทคนิคกับฟุตบอลดีมีสปีดยอดเยี่ยม โดยเฉพาะการเป็นเจ้าของสถิติยิงประตูถึงพันประตู

    อันดับ 2 แกร์ด มุลเลอร์ (เยอรมัน)

    ตำนานกองหน้าอีกรายที่ "เดอะตุ๊ก" เลือกมาคือ แกร์ด มุลเลอร์ อดีตนักฟุตบอลเยอรมัน เป็นหนึ่งในนักฟุตบอลที่ทำประตูสูงสุด มีสถิติยิงประตูในนามทีมชาติเยอรมัน 68 ประตูในการลงเล่นแค่  62 นัด ขณะที่ในบุนเดสลีกา ยิงไป 365 ประตู เป็นแชมป์โลกกับเยอรมัน เมื่อปี1974 ที่เยอรมัน เป็นเจ้าภาพ  ซึ่ง "ไอ้ลูกระเบิด" อดีตนักเตะบาเยิร์น มิวนิค ได้ดาวซัลโวไปด้วย ซึ่งเป็นกองหน้าอีกรายที่ "เดอะตุ๊ก" บอกว่ายอดเยี่ยมครบสูตรอีกคน 

    อันดับ 3 เอียน รัช (เวลส์)

    เพชฌฆาตหน้าติดหนวด ตำนานนักเตะหงส์แดง ลิเวอร์พูล กองหน้าทีมชาติ เวลส์ คนนี้ครบเครื่องทั้งหมดในการเป็นกองหน้าแม้จะไม่ประสบความสำเร็จกับการเล่นระดับโลกก็ตาม

    อันดับ 4 โรนัลโด้ (บราซิล)

    "โล้นทองคำ" โรนัลโด้ อดีตกองหน้าทีมชาติบราซิล ที่เล่นฟุตบอลโลกถึง 4 สมัย เป็นแชมป์โลก 2 สมัยเมื่อปี ค.ศ. 1994, 2002 เป็นเจ้าของสถิติยิง 15 ประตูในฟุตบอลโลก ก่อนจะมาถูกทำลายโดยนักเตะทีมชาติ เยอรมันอย่าง มิโรสลาฟ โคลเซ่ เมื่อปี ค.ศ. 2014

    รายนี้ "เดอะตุ๊ก" บอกว่า เป็นกองหน้าตัวเป้าขนานแท้ ครบเครื่องทุกอย่างที่กองหน้าที่ดีควรจะมี

    อันดับ 5 เจษฎาภรณ์ ณ พัทลุง (ไทย)

    เป็นกองหน้าไทยรายเดียวที่ "เดอะตุ๊ก" เลือกมาสำหรับ "พี่เจต" เจษฎาภรณ์ ณ พัทลุง อดีตกองหน้าทีมชาติไทย แห่งการท่าเรือฯ รายนี้"เดอะตุ๊ก" บอกว่าตัวเขาเองเล่นทันช่วงปลายๆของนักเตะรายนี้ เป็นนักเตะที่รูปร่างโอเค มีความแข็งแกร่ง มีความเป็นสุภาพบุรุษ เป็นนักเตะที่แข็งแกร่งใครก็ยากจะหยุดอยู่ ถึงขนาดที่คู่ต่อสู้ต้องเล่นหนักใส่จนทำให้นักเตะจากเมืองตรังผู้นี้ต้องขาหักถึง 3 ครั้งในการเล่นฟุตบอลทั้งทีมชาติและสโมสร 

“โค้ชแบน” ชู4แข้งคือที่สุดนักเตะไทยรอบ 10 ปี แต่จิ้มคนนี้เก่งสุด

"โค้ชแบน" ธชตวัน ศรีปาน ผช.ผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย ยก ธีราทร บุญมาทัน แข้งทีมชาติไทยและ แชมป์เจลีก 2019 ของโยโกฮาม่า เอฟ มารินอส เป็นแข้งที่เก่งที่สุดในประเทศไทยในรอบ 10 ปี

    "โค้ชแบน" ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการเดอะทเวนตี้วันทางอินสตราแกรม ของมาริโอ ยูรอฟสกี้ อดีตแข้งเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด และหลายสโมสรในเมืองไทยถึงประเด็นนักเตะที่เก่งที่สุดในประเทศไทยในรอบ 10 ปี

    "ผมว่านักเตะหลายๆคนที่ผมชอบ มันคนละตำแหน่ง เป็นที่สุดของทุกตำแหน่ง ไม่ว่าจะเป็น ตอง (กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์) ผู้รักษาประตู,  มุ้ย (ธีรศิลป์ แดงดา) เป็นกองหน้าฐ อุ้ม (ธีราทร บุญมาทัน), เจ (ชนาธิป สรงกระสินธ์) ทุกคนคือสุดยอดของทุกตำแหน่งอยู่แล้ว "

    "แต่ถ้าให้ผมเลือกคนเดียว เป็นที่ยอมรับ คือ อุ้ม (ธีราทร บุญมาทัน) เขาประสบความสำเร็จกับสโมสร แล้วก็ไปค้าแข้งต่างประเทศ เป็นที่ยอมรับของคนญี่ปุ่น ได้แชมป์กับทีมที่เขาไปเล่นด้วย ซึ่งต้องยกให้อุ้ม"

แข้งไทยหล่อเก่ง ดารา-นักร้องยังมีใจให้

เรื่องราวของความรักระหว่างนักกีฬาดังมีมากมาย แต่หากจะโฟกัสเฉพาะกับวงการลูกหนังไทยแล้วถือว่ามีไม่น้อยทีเดียว
    วันนี้ขอพาย้อนไปดูเรื่องราวการปลูกต้นรักทั้งที่ปัจจุบันยังคบหากันอยู่และเป็นแค่อดีตไปแล้วมาฝากกันว่ามีใครบ้าง

    "ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง / มาร์ ทีสเกิร์ต

    ไม่ใช่เรื่องแปลกที่ระดับซุปตาร์ดังวงการนักเตะจะเคยมีข่าวกับศิลปินนักร้องอย่าง อัสมา กฮาร์ หรือ "มาร์" ทีสเกิร์ต ไม่รวมถึง "น้ำฝน" บุณฑริก ทัสนา รมย์ อดีตนางเอกสาว แต่นั่นเป็นเพียงอดีตเพราะปัจจุบัน "ซิโก้" มีครอบครัวที่อบอุ่นแต่งงานกับภรรยา "เปิ้ล"  อัสสราภา เสนาเมือง จนมีทายาทเป็นลูกสาว 3 ใบเถา แล้ว

    "ไรอันกุ้ง" สุชิน พันธ์ประภาส / กัญจนา เนตรเมือง

    นี่คือต้นตำรับนักเตะได้ดาราเป็นภรรยาของจริงเพราะแต่งงานกันมาแล้วหลายปี สำหรับ อดีตนักเตะราชประชา ,ดีกรีทีมชาติไทย ยุคดรีมทีมวันวานที่ภรรยาเขาเป็น ดาราเก่า อย่าง กัญจนา เนตรเมือง นางเอกหนังแก้วหน้าม้า

    "ลีซอ" ธีรเทพ วิโนทัย / "เมย์" พิชญนาฏ

    รุ่นหลังๆมานี้ "ลีซอ" ธีรเทพ วิโนทัย แข้ง "ฉลามชล" น่าจะเป็นรายแรกที่เคยมีข่าวกับดาราคือ "เมย์" พิชญนาฏ แม้จะไม่มีการเปิดเผยออกหน้าออกตาเท่าไหร่แต่หลายคนก็รู้ดี โดยสาวผู้นี้เคยขับรถไปรับส่ง "ลีซอ" ถึงสนามซ้อมในกกท. หัวหมากมาแล้วด้วย

    "ตอง" กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ / มะนาว ศรศิลป์

    นี่คืออดีตคู่รักที่ใครๆต่างอิจฉาแต่วันนี้สถานะของทั้งคู่คือเพื่อนที่ยังมีความรู้สึกและมิตรภาพที่ดีต่อกัน สำหรับ "ตอง" กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ นายทวาร คอนซาโดเล่ ซัปโปโร ดีกรีทีมชาติไทย กับ "มะนาว" ศรศิลป์ มณีวรรณ

    "เมสซี่เจ" ชนาธิป สรงกระสินธิ์ / เมย์ พิชญนาฏ

    "เมสซี่เจ" เคยสร้างตำนานรักสะเทือนทั้งวงการบันเทิงและกีฬามาแล้ว กับ เมย์ พิชญนาฏ แต่สุดท้ายทั้งคู่ก็ต้องโบกมือลากันไปทั้งๆที่มีหลายคนแอบลุ้นว่า จะถึงขั้นวิวาห์กันเลยหรือเปล่า

    "มิก้า" / เทย่า โรเจอร์

    เป็นคู่รักอีกคู่ที่แต่งงานกันไปเรียบร้อยสำหรับ มิก้า ชูนวลศรี แข้งลูกครึ่ง กับ ดาราสาว เทย่า โรเจอร์

    "เอ็ม" สุทธินันท์ พุกหอม / เนย ซินญอริต้า

    สุดหล่ออีกคนของวงการลูกหนังอย่าง "เอ็ม" สุทธินันท์ พุกหอม ก็มีหวานใจเป็นนักร้องอย่าง "เนย ซินญอริต้า" ที่ดีกรีเป็นหลานสาวๆแท้ "เสี่ยนพ" อรรณนพ สิงห์โตทอง ปัจจุบันยังคบหากันอยู่อย่างมั่นคง

    รชตะ ธนภรณ์มงคล / "แก้ม" กวินตรา โพธิจักร

    คู่รักนักบอล & ดารา ที่คบหากันมาตั้งแต่วัยเรียนจนปัจจุบันแต่งงานกันไปแล้วเป็นคู่รักที่ใครต่อใครต่างก็อิจฉาเพราะเหมาะสมกันอย่างยิ่งโดยทั้งคู่แต่งกันมาตั้งแต่เมื่อปี พ.ศ. 2560 

    เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์ / ชะเอม เอกมิกา

    เคยมีข่าวคบหากันสำหรับ "ก้อง" เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์ กับ พิธีกรสาวรายการ โตโยต้าไทยลีก ไดอารี่

ผู้รอดพ้น! กิ๊กส์เผยชื่อ4แข้งไม่เคยโดน’ไดร์เป่าผม’เฟอร์กี้

ลาลีกาเผยว่านักเตะ 5 คน มีผลตรวจโควิด-19 เป็นบวก แต่ไม่แสดงอาการ
ลาลีกา เปิดเผยว่าผลตรวจล่าสุดว่า มีนักเตะ 5 คน นับรวมทั้งในลาลีกา ซานตานเดร์ และลีกรองอย่าง ลาลีกา สมาร์ทแบงก์ ถูกพบว่าติดเชื้อโควิด-19

นักเตะทั้ง 5 ราย ที่ไม่เปิดเผยว่าเป็นใครบ้างตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลของสเปน มีผลตรวจโควิด-19 เป็นบวก แม้ไม่มีใครแสดงอาการเจ็บป่วยแต่อย่างใด โดยทั้ง 5 รายจะโดนส่งไปแยกกักตัว และจะถูกเรียกตัวมาตรวจเชื้อซ้ำอีกครั้งในวันพรุ่งนี้

"มีการตรวจพบผู้ป่วย 5 รายจากในสโมสร ลาลีกา ซานตานเดร์ และลาลีกา สมาร์ทแบงก์ ที่มีผลเป็นบวก พวกเขาทั้งหมดไม่มีอาการและอยู่ในช่วงสุดท้ายของการเกิดโรค ซึ่งลาลีกาขอไม่เปิดเผยตัวตนตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูล" แถลงการณ์จากลาลีกา

ทั้งนี้ หลายสโมสรในสเปนเริ่มกลับมาฝึกซ้อมในสนามซ้อมบ้างแล้ว โดยลาลีกาวางแผนว่าจะสามารถกลับมาทำการแข่งขันได้อีกครั้งในช่วงเดือนมิถุนายนนี้

*ล่าสุดมีการยืนยันแล้วว่า อัลฟอนโซ เปดราซา, ฆวนมี และ โจเอล โรเบลส สามนักเตะของเรอัล เบติส คือ 3 ใน 5 ของนักเตะลีกสเปนที่ติดเชื้อโควิด-19

 

นายกรัฐมนตรีเยอรมนี ยันเอง! ศึกบุนเดสลีกา พร้อมกลับมาฟาดแข้งอีกครั้ง



ศึกบุนเดสลีกา จ่อกลับมาฟาดแข้งกันอีกครั้งได้ภายในเดือนพฤษภาคมนี้หลังจาก อังเกลา แมร์เคิล นายกรัฐมนตรีประเทศ เยอรมนี แถลงการณ์ไฟเขียวคลายมาตรการปิดเมือง

การแข่งขันฟุตบอลเมืองเบียร์ได้ยุติลงชั่วคราวตั้งแต่ช่วงกลางเดือนมีนาคมที่ผ่านมา แต่พวกเขามีแนวโน้มว่าจะกลายเป็นชาติแรกในลีกใหญ่ ยุโรป ที่จะกลับมาฟาดแข้งได้อีกครั้งแม้จะเป็นการลงแข่งขันภายใต้สนามปิดไร้แฟนบอลก็ตาม

โดยในวันพุธที่ผ่านมาตามเวลาท้องถิ่น รัฐบาลกลางของ เยอรมนี กับ 16 รัฐบาลท้องถิ่นเห็นชอบตรงกันว่า บุนเดสลีกา และ บุนเดสลีกา 2 สามารถกลับมาแข่งขันกันได้อีกครั้งในช่วงครึ่งเดือนหลังของเดือนพฤษภาคม ก่อนที่ เดเอฟแอล (ฟุตบอลลีก เยอรมัน) จะยืนยันรายงานดังกล่าวกับสำนักข่าว รอยเตอร์ส โดยเปิดเผยวันที่จะกลับมาแข่งตามโปรแกรมเป็นวันที่ 15 พฤษภาคมนี้

ท้ังนี้ บุนเดสลีกา เหลืออีก 9 เกมที่จะต้องทำการแข่งขันโดยมี บาเยิร์น มิวนิค นำเป็นจ่าฝูงเหนือ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ อยู่ 4 คะแนน

ฝั่ง คาร์ล ไฮนซ์ รุมเมนิกเก้ ผู้อำนวยการทัพ เสือใต้ ให้สัมภาษณ์ว่า “ผมอยากที่จะขอบคุณนักการเมืองกับการตัดสินใจในวันนี้ที่เปิดโอกาสให้เราสามารถแข่งขันได้จนจบฤดูกาลตามโปรแกรม เราตั้งตารอวันที่จะได้แข่งขันกันอีกครั้งโดยหวังว่าจะเป็นช่วงกลางเดือนพฤษภาคม“

“ผมอยากจะย้ำเตือนให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องดำเนินงานตามระเบียบบังคับซึ่งจะกลายเป็นเงื่อนไขสำคัญที่จะทำให้การแข่งขันเกิดขึ้นได้ด้วยความรัดกุมที่สุด”

ขณะที่ คริสเตียน ไซเฟิร์ท ผู้อำนวยการ เดเอฟแอล กล่าวว่า “การตัดสินใจวันนี้นับเป็นข่าวดีสำหรับ บุนเดสลีกา และ บุนเดสลีกา 2 มันสามารถเกิดขึ้นได้เพราะความรับผิดชอบของสโมสรและลูกจ้างของพวกเขาที่พร้อมจะเดินหน้าดำเนินการมาตรการด้านสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด”

“เกมฟุตบอลที่ไม่มีผู้ชมนั้นไม่ใช่สถานการณ์ที่เราอยากให้เกิดขึ้นสำหรับทุกฝ่าย แต่ในสถานการณ์วิกฤตนี้มันเป็นเพียงทางเลือกเดียวที่เราจะสามารถกลับมาจัดการแข่งขันอีกครั้งได้”

โดยการประกาศดังกล่าวของรัฐบาล เยอรมนี เกิดขึ้นให้หลังเพียง 1 วันจากที่สโมสรใน บุนเดสลีกา และ บุนเดสลีกา 2 ได้รับผลตรวจปูพรมตรวจหาเชื้อไวรัสผู้เกี่ยวข้องจำนาน 1,724 รายโดยมีผลตรวจเป็นบวก 10 ราย

ทั้งนี้ สถานการณ์บนตารางคะแนนล่าสุดของบุนเดสลีกา ทีมที่นำจ่าฝูงคือ บาเยิร์น มิวนิค โดยมีแต้มนำหน้า โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ 4 แต้ม และเหลือโปรแกรมอีกทีมละ 9 นัดเท่ากัน ขณะที่ ไอน์ทรัทค์ แฟร้งค์เฟิร์ต กับ แวร์เดอร์ เบรเมน เป็นเพียง 2 ทีมในลีกที่เหลือโปรแกรมแข่งอีก 10 นัด

หนึ่งในแข้งดีสุดในโลก! บรูโน่เผยนักเตะไอดอลในดวงใจ

บรูโน่ แฟร์นันดส์ มิดฟิลด์ชาวโปรตุกีสของ แมนฯ ยูไนเต็ด ยอมรับว่า อันเดรียส อิเนียสต้า อดีตดาวเตะบาร์เซโลน่า คือหนึ่งในไอดอลของเขาที่เป็นต้นแบบในการเล่นและพัฒนาฝีเท้า พร้อมยกให้เป็นหนึ่งในนักเตะที่ดีสุดในโลก
    บรูโน่ วัย 25 ปี ทำผลงานงานได้น่าประทับใจให้กับ แมนฯ ยูไนเต็ด นับตั้งแต่ย้ายมาจาก สปอร์ตติ้ง ลิสบอน ด้วยค่าตัว 46.6 ล้านปอนด์ เมื่อตลาดหน้าหนาวที่ผ่านมา โดยมีสถิติยิง 3 ประตูกับ 4 แอสซิสต์ จาก 9 เกม

    บรูโน่ กล่าวผ่านเว็ปไซต์ของสโมสรถึงผู้เล่นที่เป็นต้นแบบของเขาว่า "ผมชอบที่จะดู อิเนียสต้า เล่นอยู่เสมอ เพราะเขาเป็นนักเตะที่มีสไตล์ผสมผสานระหว่างเบอร์ 8 กับ 10 ซึ่งเป็นแนวทางที่ผมพัฒนาการเล่นได้ดีขึ้น, เขาเป็นแข้งที่ชอบเรียกบอลอยู่เสมอ กล้าได้กล้าเสีย และผมคิดว่า อิเนียสต้า เป็นหนึ่งในนักเตะที่ดีสุดในโลก สำหรับผมมันเป็นเรื่องที่น่าประหลาดใจที่เขาต้องยุติเส้นทางอาชีพด้วยการไม่ได้บัลลง ดอร์ ทั้งที่เขาประสบความสำเร็จมามากมายและเป็นเรื่องยากที่จะเข้าใจจริงๆ"

    นอกจากนี้เมื่อถูกถามว่าสิ่งที่สามารถอธิบายในฐานะผู้เล่นคืออะไร แฟร์นันด์ส กล่าวว่า "ความเป็นนักรบ, เพราะสำหรับผมแล้วทุกๆเกมมันเปรียบเสมือนการทำศึก คุณจำเป็นต้องลงเล่นในสนามและต้องเอาชนะคู่แข่งให้ได้เพราะไม่เช่นนั้นพวกเขาจะเอาชนะคุณแทน"

    ขณะเดียวกันมิดฟิลด์เลือดฝอยทองยังกล่าวถึง โรนัลดินโญ่ อดีตปีกชาวบราซิเลียน ด้วยว่า "ผมมีนักเตะมากมายที่ชอบติดตามดู ตัวอย่างเช่นในช่วงแรกๆผู้เล่นที่ทุกคนต่างชื่นชอบคงหนีไม่พ้น โรนัลดินโญ่ สำหรับผมแล้วเขาเป็นแข้งที่มีความสามารถที่จะพาคุณนั่งอยู่หน้าทีวีได้นานหลายชั่วโมงเลยแหละ เพราะเขามีความสุขเสมอเวลาอยู่ในสนาม และมันก็ทำให้คุณสนุกไปด้วย ดังนั้นเขาก็เป็นอีกหนึ่งผู้เล่นที่ผมชื่นชอบ"

 

เอวร่าเผยป๋าสุดมั่นปิดดีล2สตาร์ดังแต่สุดท้ายชิงวางมือไปก่อน

ปาทริซ เอวร่า ระบุ ก่อนหน้าที่ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน จะวางมือจากการคุมทีมนั้น อดีตบรมกุนซือชาวสกอตต์บอกกับตนว่าเขามั่นใจระดับ 99 เปอร์เซ็นต์ว่าจะได้ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ กับ แกเร็ธ เบล มาอยู่กับทีม แถมบอกว่าที่จริงตอนนั้น โรนัลโด้ ตกลงที่จะกลับมาร่วมงานกับ เฟอร์กูสัน แล้วด้วย
    ปาทริซ เอวร่า อดีตยอดแบ็กซ้ายของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรดังของศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เปิดเผยว่า เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ตำนานผู้จัดการทีมชาวสกอตต์ เคยแสดงความมั่นใจว่าจะสามารถเอา คริสเตียโน่ โรนัลโด้ กับ แกเร็ธ เบล มาร่วมทัพในปี 2013 ได้ แต่สุดท้ายกลับวางมือจากการคุมทีมไปซะก่อน

    เฟอร์กูสัน ประกาศบอกลาอาชีพกุนซือไปในปี 2013 พร้อมกับความสำเร็จที่ทำได้มากมายก่ายกองกับ แมนฯ ยูไนเต็ด อย่างเช่นแชมป์ลีก 13 สมัย, แชมป์ เอฟเอ คัพ 5 หน และแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 2 ครั้ง เป็นต้น ซึ่งตอนที่เขาวางมือจากการคุมทีมนั้น หลายคนในวงการลูกหนังตกใจกันอย่างมาก เพราะก่อนหน้านั้นเจ้าตัวยังดูกระหายความสำเร็่จอยู่ โดยเฉพาะการที่เขาอยากได้ถ้วย "บิ๊กเอียร์" มาครองมากกว่านี้

    เอวร่า เผยในรายการพ็อดแคสต์ของ แมนฯ ยูไนเต็ด ว่า "คุณรู้อะไรไหม คุณพูดถึงช่วงเวลาที่ยากลำบากที่สุดของผม (ในช่วงที่เล่นกับ แมนฯ ยูไนเต็ด) และส่วนตัวแล้วผมก็คงจะตอบว่ามันอาจจะเป็นอันนี้ (หมายถึงการที่ เฟอร์กูสัน รีไทร์) นี่แหละ 2 สัปดาห์ก่อนหน้าที่จะเกิดเรื่องนั้นน่ะ ผมจำได้ดีเลยว่าสื่อเล่นข่าวกันอย่างหนักว่า เฟอร์กูสัน อาจจะรีไทร์ในปีต่อไป ตอนนั้นเขาบอกกับผมด้วยตัวเองว่า -ปาทริซ ฉันจะไม่มีวันรีไทร์หรอก ฉันจะอยู่ที่นี่ไปอีก 10 ปี-"

    "หลังจากนั้นเขาก็บอกว่า -เป้าหมายของฉันคือฉันมั่นใจระดับ 99 เปอร์เซ็นต์เลยว่าเราจะได้ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ กับ แกเร็ธ เบล มาร่วมทัพ เราต้องการนักเตะ 2 คนนี้เท่านั้นสำหรับการที่จะช่วยทำให้เราได้แชมป์ แชมเปี้ยนส์ ลีก อีกครั้ง ตอนนี้ดีลมันคืบหน้าไปถึง 99 เปอร์เซ็นต์แล้ว"

    อดีตดาวเตะชาวฝรั่งเศสเสริมว่าตอนนั้น โรนัลโด้ บอกกับตนด้วยว่าจะย้ายกลับมาอยู่กับ แมนฯ ยูไนเต็ด แน่นอน "พูดกันตามตรงเลยนะ ตอนที่ผมได้คุยกับ คริสเตียโน่ น่ะ ผมก็ถามเขาเกี่ยวกับเรื่องนั้น และเขาก็ตอบตกลงกับเจ้านายไปแล้ว ตอนนั้นเขากำลังจะย้ายมาอยู่กับ ยูไนเต็ด เขาบอกกับผมเอง"

คูตี้รอดซะงั้น!บาร์ซ่าพร้อมโละแข้งชุดใหญ่ 8 รายเล็งปล่อยให้ทีมพรีเมียร์ฯ

งานนี้ ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ ไม่มีเอี่ยว! บาร์เซโลน่า พร้อมปล่อยผู้เล่นทีมชุดใหญ่ถึง 8 ราย โดยเล็งจะปล่อยให้กับทีมในศึกพรีเมียร์ลีกในช่วงซัมเมอร์นี้ ตามรายงานจาก เดลี่ สตาร์ สื่อจากประเทศอังกฤษ

    สื่อดังกล่าว รายงานว่า บาร์เซโลน่า พร้อมโละผู้เล่นทีมชุดใหญ่ 8 คน ซึ่งประกอบไปด้วย 3 ตัวรุกอย่าง อองตวน กรีซมันน์ ดาวยิงเจ้าของค่าตัว 89 ล้านปอนด์ หรือประมาณ 3,500 ล้านบาท หลังมีปัญหาในการเล่นในถิ่นคัมป์นู, อุสมาน เดมเบล่ ที่เจอปัญหาอาการบาดเจ็บเล่นงานตลอดทั้งซีซั่น และ หลุยส์ ซัวเรซ กองหน้าอุรุกวัยวัย 33 ปีที่อยู่ในช่วงโรยรา

    นอกจากนี้ ยังมีผู้เล่นคนอื่น ๆ อย่าง อาร์ตูโร่ วิดาล และ อิวาน ราคิติช 2 มิดฟิลด์ตัวกลาง รวมถึงผู้เล่นในแนวรับอย่าง ซามูเอล อุมติตี้, เนลสัน เซเมโด้  และ เซร์จี้ โรแบร์โต้ ซึ่งทั้งหมดอยู่ในข่ายที่จะโดนขายออกไป โดยทางสื่อดังกล่าวเชื่อว่า "เจ้าบุญทุ่ม" ติดต่อไปหาบรรดาทีมใน พรีเมียร์ลีก​ เพื่อแจ้งถึงลิสต์รายชื่อนักเตะที่พวกเขาพร้อมขายในช่วงซัมเมอร์นี้​แล้ว

    ส่วนในรายของ ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ เพลย์เมคเกอร์บราซิเลี่ยน ที่มีอนาคตไม่นอนในถิ่น คัมป์ นู มาโดยตลอดและตอนนี้ถูกปล่อยให้ บาเยิร์น มิวนิค ยืมตัวไปใช้งาน โดยรายงานจาก เดลี่ สตาร์ ระบุว่า กีเก้ เซเตียน เทรนเนอร์บาร์ซ่า หวังจะนำเอาตัวกลับมาใช้งานต่อในทีมชุดใหญ่ และไม่มีชื่ออยู่ในข่ายจะโดนปล่อยออกจากทีม

6 บิ๊ก พรีเมียร์ลีก ได้รับผลกระทบแค่ไหนหากไม่มีงบช็อปเพราะโควิด-19 ?

การระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ทำให้ลีกฟุตบอลหลายประเทศทั่วโลกถูกหยุดพักการแข่งขัน และตอนนี้บางประเทศก็ถึงขั้นสั่งตัดจบลีกในซีซั่นไปแล้วด้วย อย่างเช่น ฮอลแลนด์ และ ฝรั่งเศส เป็นต้น ซึ่งมันก็มีการมองกันว่าอาจจะมีอีกบางประเทศที่ทำตามพวกเขา

    อย่างไรก็ตาม เชื้อร้ายดังกล่าวไม่ได้ส่งผลแค่ทำให้ลีกฟุตบอลหลายแห่งต้องหยุดพักการแข่งขันเท่านั้น แต่มันยังส่งผลเสียในด้านการเงินให้กับสโมสรฟุตบอลทุกระดับไม่ว่าจะทั้งทีมใหญ่และทีมเล็ก เพราะการไม่มีเกมการแข่งขันมันก็ทำให้แต่ละทีมไม่มีรายได้จากวันที่มีการแข่งขันตามไปด้วย อย่างเช่นค่าตั๋วและยอดจำหน่ายสินค้า เป็นต้น ส่วนบางทีมก็จำเป็นต้องยกเลิกโปรแกรมที่จะไปทัวร์เล่นเกมอุ่นเครื่องเลย

    การที่ต้องสูญเงินไปมากมายก่ายกองทำให้มีการมองกันว่าเหล่าทีมในศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ อาจจะไม่มีงบให้ใช้สำหรับการเสริมทัพมากนักหลังจบฤดูกาล 2019-20 และถึงขั้นมีการประเมินกันว่าทั้ง 6 ทีมใหญ่ของ พรีเมียร์ลีก อันประกอบไปด้วย อาร์เซน่อล, เชลซี, ลิเวอร์พูล, แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ อาจจะไม่ทุ่มเงินซื้อใครเลยด้วย สิ่งที่น่าสนใจก็คือในบรรดาบิ๊กซิกซ์เหล่านั้น ทีมไหนที่ได้รับผลเสียมากที่สุดหากไม่มีการช็อปหลังจบซีซั่นนี้จริงๆ ?

    – อาร์เซน่อล
    บอร์ดบริหารของ "ไอ้ปืนใหญ่" เริ่มทำการเปลี่ยนแปลงตั้งแต่ในระหว่างฤดูกาล 2019-20 ด้วยการแยกทางกับ อูไน เอเมรี่ แล้วเอา มิเกล อาร์เตต้า เข้ามาเป็นผู้จัดการทีมคนใหม่ นั่นหมายความว่า อาร์เตต้า หมายมั่นปั้นมือที่จะสร้างทีมของเขาขึ้นมาหลังจบฤดูกาลนี้ ซึ่งนั่นก็ทำให้ อาร์เซน่อล มีข่าวกับนักเตะหลายคนในช่วงที่ผ่านมา อย่างเช่น วิลเลี่ยน และ โธมัส ปาร์เตย์ เป็นต้น

 

    ทั้งนี้ เห็นได้ชัดว่าขุมกำลังชุดปัจจุบันของ อาร์เซน่อล ยังไม่เหมาะกับการลุ้นแชมป์ เอาจริงๆ แค่ลุ้น 4 อันดับแรกของตารางคะแนนก็ยังถือว่าทำได้ยากแล้ว นั่นหมายความว่าถ้าไม่สามารถซื้อใครมาร่วมทีมได้จริงๆ อาร์เตต้า ก็น่าจะต้องปวดหัวหนัก ถึงแม้พวกเขาจะปิดดีลดึง วิลเลี่ยม ซาลิบา กองหลังชาวฝรั่งเศสมาร่วมทัพล่วงหน้าไปแล้ว แต่มันก็อาจจะยังไม่เพียงพอ ซึ่งมันก็อาจจะทำให้ ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมยอง ย้ายทีมหลังจบซีซั่นหน้าก็ได้ หลังจากเดิมทีก็มีข่าวลือว่าเขาอาจจะบอกลาทีมเพื่อไปหาความสำเร็จอยู่แล้ว

    ผลกระทบถ้าหากไม่มีเงินเสริมทัพ : 4.5/5

    – เชลซี
    ตอนแรกมันดูเหมือนว่า แฟร้งค์ แลมพาร์ด จะมีขุมกำลังที่แข็งแกร่งพอตัว หลังจากที่ทีมของเขาทำผลงานได้น่าประทับใจเกินกว่าที่หลายคนคาดเอาไว้ แต่พักหลังๆ ฟอร์มของ "สิงโตน้ำเงินคราม" กลับแผ่วลงจนทำให้ทุกคนเห็นพ้องต้องกันว่า เชลซี คงจำเป็นต้องช็อปหลังจบฤดูกาลนี้

 

    เชลซี ก็เหมือนกับ อาร์เซน่อล ที่ปิดดีลนักเตะล่วงหน้าได้ไปแล้ว นั่นคือ ฮาคิม ซิเย็ค ปีกทีมชาติโมร็อกโก ซึ่งที่จริงมันยังไม่มากพอ เพราะพวกเขามีกองหน้าตัวเป้าที่ฝากผีฝากไข้ได้แค่คนเดียว นั่นคือ แทมมี่ อับราฮัม ถึงกระนั้น ขุมกำลังโดยรวมของ เชลซี ก็ยังดูดีกว่า อาร์เซน่อล ในระดับหนึ่ง

    ผลกระทบถ้าหากไม่มีเงินเสริมทัพ : 3.5/5

    – สเปอร์ส
    คู่อริทางตอนเหนือของกรุงลอนดอนเจอกับสถานการณ์เดียวกันเด๊ะ สเปอร์ส ก็มีการเปลี่ยนตัวกุนซือในช่วงระหว่างซีซั่นนี้เหมือนกับ อาร์เซน่อล ซึ่งในช่วงที่ผ่านมาที่ โชเซ่ มูรินโญ่ เข้ามากุมบังเหียนต่อจาก เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ นั้น มันก็ต้องบอกว่าผลงานของทีมยังไม่คงเส้นคงวาเท่าไหร่ จนทำให้พวกเขาต้องลุ้นท็อปโฟร์แบบเหนื่อยพอตัวในช่วงก่อนที่ลีกจะพักแข่ง

 

    การสร้างทีมขึ้นมาใหม่ของ มูรินโญ่ มันหมายความว่าเขาต้องเสริมทัพในระดับหนึ่ง ดังนั้นถ้าหากไม่มีเงินไปไล่สู่ขอใครจริงๆ ในซีซั่นหน้า มูรินโญ่ ก็ต้องเจองานหนักระดับเข็นครกขึ้นภูเขาในการที่จะทำมให้ สเปอร์ส กลับมามีผลงานที่ยอดเยี่ยมเหมือนที่ โปเช็ตติโน่ ทำเอาไว้ในหลายซีซั่นก่อนๆ เพราะขุมกำลังของ สเปอร์ส ยังไม่ถือว่าเข้าขั้น 5 ดาว โดยเฉพาะแนวรับที่ดูเสียประตูง่ายเกินไป

 

    ถ้าหากซื้อใครมาร่วมทีมไม่ได้ มันก็มีโอกาสที่ฤดูกาสลหน้า สเปอร์ส จะมีผลงานที่น่าผิดหวัง ซึ่งนั่นจะส่งผลชิ่งไปยังอนาคตของ แฮร์รี่ เคน หัวหอกตัวเก่งของทีมด้วย เพราะเขาเคยจุดประเด็นร้อนไปแล้วว่าพร้อมพิจารณาที่จะบอกลาทีมถ้าหาก สเปอร์ส ยังไม่มีวี่แววว่าจะประสบความสำเร็จ หลังจากที่ผ่านมาเจ้าตัวยังไม่เคยได้สัมผัสกับถ้วยแชมป์เลย ทั้งที่ทำประตูได้เป็นกอบเป็นกำ

    ผลกระทบถ้าหากไม่มีเงินเสริมทัพ : 4.5/5

    – แมนฯ ซิตี้
    เดิมที แมนฯ ซิตี้ ก็ส่อแววว่าจะไม่สามารถดึงแข้งชื่อดังมาร่วมทีมหลังจบฤดูกาลนี้ได้อยู่แล้ว หลังจากพวกเขาโดนโทษห้ามลงแข่งรายการระดับทวีปยุโรปเป็นเวลา 2 ซีซั่น จากความผิดฐานละเมิดกฎควบคุมการเงิน แม้ว่า "เรือใบสีฟ้า" จะยื่นอุทธรณ์ไปแล้ว แต่มันก็ไม่ได้รับประกันว่าจะสำเร็จ

 

    ดังนั้นการที่อาจจะไม่ได้ทำการเสริมทัพมันเลยไม่ถือว่าเป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วงเท่าไหร่สำหรับ แมนฯ ซิตี้ ตรงกันข้าม สิ่งที่สำคัญที่สุดของพวกเขาคือการพยายามรั้งตัวขุมกำลังชุดปัจจุบันให้ได้มากกว่า ซึ่งหากทำอย่างนั้นได้ ทีมของกุนซือ โจเซป กวาร์ดิโอล่า ก็ไม่น่าจะได้รับผลกระทบจากการอดช็อปมากนัก หรือต่อให้มีบางคนที่ย้ายออกจากทีม มันก็น่าจะยังมีบางคนที่พร้อมอยู่ช่วยทีมต่อไป จนทำให้ผลกระทบคงไม่รุนแรงเท่ากับ 3 ทีมด้านต้น

    ผลกระทบถ้าหากไม่มีเงินเสริมทัพ : 1.5/5 หากไม่มีใครย้าย, 2.5/5 ถ้าหากมีใครย้าย

    – แมนฯ ยูไนเต็ด
    โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ผู้จัดการทีม แมนฯ ยูไนเต็ด หมายมั่นปั้นมือที่จะพาทีมกลับไปสู่ความยิ่งใหญ่ให้ได้ ซึ่งหลังจากออกสตาร์ตในซีซั่นนี้แบบน่าผิดหวัง "ปีศาจแดง" ก็ทำผลงานได้ดีขึ้นจนทำให้ดูเหมือนว่า โซลชา อาจจะทำภารกิจนั้นได้ อย่างไรก็ตาม ปฏิเสธไม่ได้ว่าสาเหตุสำคัญที่ แมนฯ ยูไนเต็ด มีผลงานดีขึ้นแบบผิดหูผิดตาก็คือการได้ บรูโน่ แฟร์นันด์ส มาร่วมทัพในตลาดช่วงเดือนมกราคมที่ผ่านมา

 

    เป็นที่เชื่อกันว่า แมนฯ ยูไนเต็ด ยังต้องทำการเสริมทัพเพิ่มอีกถึงจะทำให้พวกเขามีลุ้นกลับไปเป็นหนึ่งในยอดทีมของโลกได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งที่ผ่านมาพวกเขาก็มีข่าวกับแข้งหลายราย อย่างเช่น เจดอน ซานโช่, แจ็ค กรีลิช, เจมส์ แมดดิสัน, เออร์ลิง เบราต์ ฮาแลนด์ และ เคน เป็นต้น

 

    ทั้งนี้ ขุมกำลังบางคนในทีมชุดปัจจุบันของ แมนฯ ยูไนเต็ด ดูมีอนาคตสดใสและพอพึ่งพาได้ในระดับหนึ่ง ทำให้การชวดแข้งเหล่านั้นไปก็อาจจะไม่ได้ถือว่าเลวร้ายแบบโลกแตก แต่มันก็ยังถือว่าส่งผลเสียกับทีมมากในระดับหนึ่งอยู่ดี

    ผลกระทบถ้าหากไม่มีเงินเสริมทัพ : 3.5/5

    – ลิเวอร์พูล
    ว่ากันว่า ลิเวอร์พูล ในตอนนี้ มีขุมกำลังในระดับเดียวกับ แมนฯ ซิตี้ ก็ว่าได้ และในบางตำแหน่งพวกเขายังถือว่าเหนือกว่าทีมของ กวาร์ดิโอล่า ด้วยซ้ำ อย่างเช่นแนวรุก 3 คนอันประกอบไปด้วย ซาดิโอ มาเน่, โมฮาเหม็ด ซาลาห์ และ โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่, กองหลังที่มี เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ ยืนปักหลักเฝ้าแนวรับอยู่ และ อลีสซง เบ็คเกอร์ ที่คอยเซฟได้อย่างเหนียวหนึบ เป็นต้น

 

    ช่วงที่ผ่านมา ลิเวอร์พูล มีข่าวกับแข้งหลายราย อย่างเช่น คีลิยัน เอ็มบั๊ปเป้, ติโม แวร์เนอร์ และ อุสเซม อาอูอาร์ เป็นต้น ซึ่งที่จริงแล้วต่อให้พลาดแข้งเหล่านั้นไปมันก็ไม่น่าจะส่งผลกระทบอะไรกับ ลิเวอร์พูล มากนัก เพราะตอนนี้พวกเขามีขุมกำลังที่แข็งแกร่งระดับต้นๆ ของประเทศอยู่แล้ว หรือต่อให้เสีย มาเน่ ซึ่งเป็นเป้าหมายของ เรอัล มาดริด ไปจริงๆ "หงส์แดง" ก็ยังมีดาวรุ่งที่พร้อมก้าวขึ้นมาเล่นให้ทีมชุดใหญ่อยู่ อย่างเช่น เคอร์ติส โจนส์ เป็นต้น นั่นหมายความว่า ลิเวอร์พูล ไม่น่าจะได้รับผลกระทบมากนักถ้าหากสุดท้ายแล้วไม่สามารถแบ่งงบไปทำการเสริมทัพหลังจบฤดูกาลนี้ได้

    ผลกระทบถ้าหากไม่มีเงินเสริมทัพ : 1/5

เจ็บแต่จบ.. JP7 ยอมทิ้งเงินเดือนละเป็นล้าน

เป็นนักฟุตบอลจอมลีลาคนหนึ่งของวงการฟุตบอลไทย แถมยังเคยได้ชื่อว่าเป็นเจ้าของกิจการที่สร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำจากการเปิดร้าน บ้านไข่หวาน ซูชิ แถวม.ธรรมศาสตร์ รังสิต

    แต่เหมือนชีวิตเล่นตลก เมื่อวันหนึ่ง “เจ้าบอล”จักรพันธ์ พรใส เจ้าของฉายา JP7 ซึ่งตอนนีต้องมีอันเลิกรากับแฟนสาวที่ลงทุนทำกิจการร้านซูชิด้วยกัน หลังคบมา 6 ปี
 
    จักรพันธ์ ได้เปิดเผยว่า เรื่องนี้ตนไม่ได้อยากพูดอะไรมาก เพราะมันผ่านไปแล้ว แต่เหตุมันเกิดจากเราหมดความไว้วางใจกับเขาไปแล้ว

 

 
    “เมื่อแยกทางกันไปก็มีเอฟเฟ็คบ้างในช่วง 2 เดือนแรก ไม่มีสมาธิในการฝึกซ้อมจนไม่มีชื่อในชุดเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก กับบียู แต่หลังจากนั้นก็รวบรวมสมาธิและกลับมาสู่ฟอร์มเดิมของตัวเองได้ เพราะเรารู้ว่ายังมีคนรอบข้างอีกหลายคนที่รักเรา

    อย่างไรก็ดี การจบความสัมพันธ์ในครั้งนั้น “เจ้าบอล”ต้องยอมทิ้งเงินรายได้ในการเปิดร้านขายซูชิ ที่เจ้าตัวลงหุ้นใหญ่ และมีรายได้ตกเดือนละล้าน

 

    “ตอนนั้นก็ไม่ได้คิดอะไรแล้วครับ คิดแต่ว่าตัดให้มันจบ ๆ ไป ก็เลยยอมถอนตัวออกมา โดยเอาทุนที่ลงไปคืนมา และต่อจากนี้ก็มองหาธุรกิจทำ วางแผนจะทำเป็นร้านราเม็งกับ ซูชิพรีเมี่ยมแบบโอมากาเสะไปเลย ตอนนี้ชีวิตโอเคแล้วครับ ทั้งเรื่องฟุตบอลและหัวใจ”